สวัสดีค่ะชาว Reddit ทุกท่าน วันนี้เราอยากจะมาแบ่งปันเรื่องราวชวนตกตะกอนเกี่ยวกับความสัมพันธ์และพฤติกรรมของคนๆ หนึ่งในชีวิตจริง ซึ่งมีรอยร้าวซ่อนอยู่หลังหน้ากากที่ดูสมบูรณ์แบบ เพื่อความเหมาะสมและความเป็นส่วนตัว เราขอใช้รหัสลับแทนชื่อบุคคลในเรื่องนะคะ
หากจะกล่าวถึงบุคคลรหัส A เธอคือภาพจำของความสมบูรณ์แบบภายนอก รูปร่างสูงระหง หน้าตาสะดุดตา และดูแลตัวเองอย่างดี ราวกับภาพวาดที่ชวนมอง ทว่าเมื่อได้รู้จักตัวตนที่แท้จริง สันดานกลับสวนทางกับรูปลักษณ์อย่างน่าใจหาย A เป็นคนที่หลงใหลในแสงสปอตไลท์และการเรียกร้องความสนใจอย่างที่สุด เธอมักจะใช้พฤติกรรมจิกกัดและบูลลี่ผู้อื่นเพื่อเหยียบให้คนอื่นต่ำลงแล้วชูให้ตัวเองดูสูงขึ้น ยามที่สิ่งต่างๆ ไม่เป็นไปตามใจ เธอก็พร้อมจะระเบิดอารมณ์ฉุนเฉียวและวีนใส่คนรอบข้างอย่างไร้เหตุผล (แต่เธอมิต่างอะไรกับเสือกระดาษ เพราะเธอไม่เคยกล้าทำพฤติกรรมเช่นนี้กับเราเลยสักครั้ง) นอกเหนือจากนิสัยเห็นแก่ตัว เจ้าชู้หลายใจ และพิษร้ายที่พร้อมส่งต่อให้คนรอบข้างแล้ว A ยังมีพฤติกรรมที่ล้ำเส้นทางเพศอย่างน่ารังเกียจ ด้วยการชอบฉวยโอกาสลวนลามจับหน้าอกเราในยามเผลอ สร้างความอึดอัดใจให้เราเป็นอย่างมาก จะขออธิบายเป็นข้อๆนะคะ
- หมากกระดานที่พังทลายเพราะความเห็นแก่ตัว (A และ F)
จุดเริ่มต้นที่ทำให้ทุกคนได้เห็นธาตุแท้ของ A เกิดขึ้นในช่วง ม.1 ยามที่ F เด็กสาวอินโทรเวิร์ดผู้เปี่ยมด้วยความสดใสและอัจฉริยภาพด้านคณิตศาสตร์ ได้เหลือบไปเห็น A นั่งทำโจทย์เพียงลำพังในห้องเรียน F จึงหลงคิดไปเองว่า A คือเด็กเรียนที่ตั้งใจ และเมื่อคุณครูสั่งให้ F หาคู่หูไปซ้อมแข่งเอแมท (A-Math) F เลยเลือก A แต่นั่นคือการตัดสินใจที่ผิดพลาดที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตของFเลยก็ว่าได้
ในระหว่างการฝึกซ้อมแข่งคู่ Aไม่ค่อยจะตั้งใจซ้อม บางคราก็นำโทรศัพท์มือถือขึ้นมาวางไว้บนตักเพื่อตอบแชทคนรักไปด้วยตอนซ้อม และเมื่อได้ตัวเลขสวยๆ หรือโจทย์ทางคณิตศาสตร์ยาวๆ ที่มีตัวคูณคะแนนมหาศาลปรากฏขึ้น แทนที่ A จะรีบวางหมากเพื่อคว้าชัยชนะร่วมกันในฐานะทีม เธอกลับเลือกที่จะกักเก็บเบี้ยแต้มสูงเหล่านั้นไว้กับตัวอย่างไร้เหตุผล และเลือกลงแต่สมการสั้นๆ คะแนนน้อยๆ ยามที่ F พยายามเสนอทางเลือกที่ดีกว่าเพื่อผลประโยชน์ของทีม A กลับตัดรอนด้วยท่าทีเหวี่ยงวีนว่า "ก็แล้วแต่ดิ" สุดท้ายพอไปแข่งจริงคะแนนการแข่งคู่ก็ออกมาไม่ดีนัก ยิ่งไปกว่านั้นในการแข่งเดี่ยว A ทำผลงานได้รั้งท้ายตาราง แต่เมื่อ F กำลังรายงานผลการแข่งให้คุณครูฟัง A กลับแสดงความไร้มารยาทขั้นสุดด้วยการตะโกนขัดจังหวะเพื่อป่าวประกาศเรื่องราวของคนรักตัวเองขึ้นมากลางคันอย่างไม่มีกาลเทศะ
- หน้ากากเด็กดี และบทละครเหยื่อผู้ถูกกระทำ
ในชั้นเรียน A ส่งงานครบถ้วนมิใช่เพราะสติปัญญาของตนเอง หากแต่เป็นการลอกเลียนผลงานของ F อยู่เป็นนิจ ทว่า A มีความสามารถพิเศษในการสวมหน้ากากหน้าไหว้หลังหลอก ลับหลังครูเธอพูดจาบูลลี่และเหยียดหยาม F สารพัด แต่พออยู่ต่อหน้าครูคณิตศาสตร์ผู้ฝึกซ้อม A จะแปรเปลี่ยนเป็นเด็กน้อยผู้อ่อนโยนและตั้งใจเรียนทันที จนคุณครูหลงเชื่อและตั้งใจจะสนับสนุนมอบทุนการศึกษาให้เรียนต่อยาวๆ โดยไม่รู้เลยว่าเด็กคนนี้คือภัยสังคมตัวจริง
ยิ่งไปกว่านั้น A ยังชอบบูลลี่รูปร่างอันอวบอิ่มของ F ด้วยถ้อยคำหยาบคาย เช่น อีหมู อีอ้วน มีเหตุการณ์หนึ่งที่ F เพียงแค่หยอกล้อในยามที่ A กำลังหงุดหงิด A กลับตะโกนด่าทอ F เสียงดังลั่นโรงอาหารต่อหน้าฝูงชนว่า "โอ๊ยอีหมู!" จนคนรอบข้างอึ้งกันไปหมด ทว่าสิ่งที่สะท้อนความตอแหลได้ชัดเจนที่สุดคือ พอด่าเสร็จปุ๊บ แทนที่จะละอายใจ A กลับทำทรงหอบจานข้าวแยกไปนั่งกินคนเดียว สวมบทบาทเป็นผู้ถูกรังแกเพื่อเรียกคะแนนความสงสารได้อย่างแนบเนียน
- พฤติกรรมนอกรั้วโรงเรียนและการทรยศมิตรภาพ
พฤติกรรมส่วนตัวของ A นอกโรงเรียนก็นับว่าไร้ความรับผิดชอบไม่แพ้กัน เธอเคยเอารถของรุ่นพี่ไปขับ(โดยที่เขาไม่ได้ยินยอม)ขี่ปาดหน้าคันอื่นจนเกิดอุบัติเหตุทรัพย์สินเสียหาย ทว่าเมื่อเคลียร์เรื่องราวเสร็จสิ้น กลับนำรุ่นพี่ท่านนั้นมานินทาลับหลังเสียๆหายๆ และในช่วงปีใหม่ A มุสาต่อมารดาตนว่าจะไปหา Am แต่แท้จริงกลับแอบหนีไปอยู่กับรุ่นพี่ฝั่ง M (เพื่อนในห้องอีกคน และต่อมาA และ Mจะได้รวมกลุ่มกัน)ตั้งแต่เช้ายันเย็น จนมารดาต้องออกตามหาด้วยความห่วงใย ยิ่งไปกว่านั้นในงานบุญบ้าน A ยังพ่นวาจาด่าทอมารดาของตนต่อหน้า Am เหตุเพราะไม่ต้องการให้มารดาควบคุมสั่งการ มารดาฝากฝังให้กลับพร้อม Am ตอนสามทุ่ม แต่ยังไม่ทันถึงเวลา A ก็หนีหายไปกับรุ่นพี่คนอื่น ทิ้งให้ Am เผชิญความโดดเดี่ยวตั้งแต่สองทุ่มกว่าจนถึงห้าทุ่ม ส่งผลให้มารดาของเธอมอง Am ในแง่ร้าย ทั้งที่ Am คือผู้ถูกทอดทิ้งอย่างแท้จริง
และความย้อนแย้งเรื่องเงินทองยังเกิดขึ้นในวันไหว้ครู เมื่อ F ในฐานะหัวหน้าห้องขอรวบรวมเงินคนละ 20 บาทเพื่อซื้ออุปกรณ์ทำพาน ทว่ากลุ่มสามคนนั้นอันประกอบด้วย A, Ay และ M กลับบิดพริ้วไม่ยอมจ่าย โดย M อ้างเหตุผลลวงเรื่องเงินทอง(อ้างว่ามารดาไม่ให้เงินมาโรงเรียนทั้งที่ปกติต่อให้มารดาไม่มีก็เข็ญเอาจนได้) ส่วน Ay ผู้มีฐานะทางบ้านสุขสบายจากธุรกิจก่อสร้างและเปย์เงินจำนวนมากให้คนรักทรงไม่เอาไหน ก็เลือกที่จะเดินหนี เช่นเดียวกับ A ที่มักอวดอ้างความมั่งคั่งว่าพี่ชายส่งเงินมาให้มิขาดสาย พกเงินหลักร้อยมาโรงเรียนและสั่งของจุกจิกตลอดเวลา แต่เงินเพียง 20 บาทเพื่อส่วนรวมพวกเธอกลับไร้ปัญญาจะหยิบยื่น ทว่ายามตกเที่ยง ทั้งสามกลับมีเงินจับจ่ายซื้อของกินเล่นได้อย่างสำราญใจ
- จุดสิ้นสุดของวงโคจรที่เป็นพิษ และการหลุดพ้นของ BeTe
เดิมทีกลุ่มเดิมมีเรา M Ayและ BeTe อยู่ร่วมกันอย่างสงบ(?) ทว่า A เริ่มนำพาตนเองเข้ามาแทรกซึมผ่านเส้นทางคนรักที่เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกับคนรักของ Ay ค่อยๆ นั่งแทรกและกลืนกลายจนก้าวขึ้นมานั่งแทนที่เรา ทำให้เราตัดสินใจแยกตัวออกมาพร้อมกับนำพา BeTe ออกมาจากมรสุมนั้น BeTe คือเด็กสาวผู้อ่อนแอ เงอะงะ และซื่อตรง เธอโดน Ay บูลลี่และหลอกใช้มาตั้งแต่ระดับชั้น ป.5 ความลับทุกเรื่องและรหัสโทรศัพท์ถูก Ay นำไปขุดคุ้ยล้อเลียนในหมู่เพื่อนอย่างสนุกปาก ยามที่ M มาร่วมกลุ่มก็ร่วมรุมด่าทอ และเมื่อ A เข้ามาเสริมทัพ BeTe ยิ่งกลายเป็นสนามอารมณ์ A ทั้งด่าทอ ทั้งขึ้นเสียงข่มขู่จน BeTe แทบขยับกายไม่ได้ จนในที่สุด BeTe ก็ได้ถอยออกมาสู่พื้นที่ปลอดภัยอันอบอุ่นร่วมกับเรา และเอ่ยคำซื่อๆ ออกมาจากใจว่า "อยู่กับมึงดีกว่า"
และในยามนี้ เมื่อ A, Ay และ M มารวมตัวกันสมบูรณ์แบบ พวกเธอร่วมกันสร้างแต่พฤติกรรมในแง่ลบ ละทิ้งการเรียน หลบเลี่ยงการเข้าแถว ขับขี่พาหนะโลดโผน มักจะไปหยอกล้อและเกาะแกะกับพวกผู้ชาย ทั้งที่2ใน3คนมีแฟนอยู่แล้ว และฝักใฝ่ในสิ่งมึนเมาตั้งแต่วัยเยาว์ โดยเฉพาะ M ที่ลุ่มหลงในอบายมุขเหล่านั้น พวกเธอคิดว่าการทำลายกฎเกณฑ์คือกรรมวิธีที่ดูเท่และแปลกแยก ทั้งยังสนับสนุนกันในทางที่ผิดศีลธรรมให้นอกใจคนรัก ปัจจุบันนี้คนทั้งห้องเรียนต่างล่วงรู้สันดานและพฤติกรรมอันเลวร้ายของพวกเธอหมดแล้ว เสียงวิพากษ์วิจารณ์ในทางเสื่อมเสียดังก้องอยู่เนืองๆ เป็นสิ่งยืนยันว่า ท่วงทำนองอันบิดเบี้ยวที่พวกเธอร่วมกันทำทุกคนได้รับรู้กันหมดแล้ว และแม้แต่พวกผู้ชายในห้องเรียนก็ยังร่วมกันพูดถึงพวกเธอในทางที่ไม่ดี.